[Fic] Darkness Surrounding : Ch3

posted on 27 Oct 2011 02:24 by bigbang-fanfic in DarknessSurrounding
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 
 

Title :: Darkness Surrounding

Status :: 3 / ?

Author :: kumameaw

Paring :: Junho x Wooyoung

Genre :: Dark Comedy

Warning :: ทุกอย่างในเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมุติ

 

 

 

Note :: โตๆกันแล้วนะ อย่างงปี อ่านดีๆว่ากี่ร้อยปี ไปไหนอีกร้อยปี อยู่ไหนอีกกี่ปี(กลัวมากว่าจะงง)

 

 

 

 

 

 

 

Darkness Surrounding

Chapter 3 : We meet again

 

 

 

 

ตราบใดที่เวลายังคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ..

โอกาสที่จะพบเจอกันอีกครั้ง..ก็ยังพอมี

 

 

 

 

ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติ ท่ามกลางต้นไม้ที่สูงทึบและใบไม้ที่ปกคลุมผืนดิน มีบางสิ่งเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน การเคลื่อนไหวเงียบกริบ มีบ้างที่มีเสียงดังเล็กน้อยจากการที่กรงเล็บจิกบนกิ่งไม้จนมันหัก แววตาดุกร้าวแพ่งมองไปข้างหน้า เพราะตอนนี้สมาธิที่มีอยู่มันเหลือน้อยนิด ในหัวมีเพียงอารมณ์ขุ่นมัวคอยรบกวน จึงต้องเทสมาธิทั้งหมดไปที่ดวงตา เพราะหากพลาดก็อาจจะได้รับบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวที่เร็วเหนือมนุษย์ทั่วๆไป ป่าไม้รอบๆเริ่มเบาบางลง พร้อมๆกับมีเสียงหอบหายใจเมื่อการเคลื่อนไหวค่อยๆช้าลงเพราะมาถึงปลายทาง

 

บนยอดเขาที่มีต้นสนสูงใหญ่อายุนับร้อยปี เบื้องล่างเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุด น้อยนักที่ใครจะมาเห็น เพราะผู้คนไม่ค่อยที่จะพยายามขับรถขึ้นมาบนเขาสูงชัน แม้ทางอุทยานจะปรับพื้นถนนลาดยางอย่างดี หรือพอเข้าเขตป่า จะปรับถนนลูกรังให้รถปกติวิ่งได้ แต่ก็น้อยนักจะมีคนมาตั้งแคมป์ หรือขึ้นมาชมวิวบนนี้

 

 

มันจึงกลายเป็นสถานที่ที่โปรดปราณของ จางอูยอง

 

 

อูยองเป็นแวร์วูฟ หรือมนุษย์หมาป่า ซึ่งตอนนี้อยู่ในร่างของหมาป่าหนุ่มสีขาวตัวใหญ่ แม้จะยังไม่โตเต็มวัย แต่ทว่าด้วยพลังวิเศษที่มีก็ทำให้อูยองมีลักษณะสง่างามโดยที่ไม่มีหมาป่าตนไหนจะเทียบได้ ขนสีขาวนุ่มเมื่อต้องแสงแดดจะทอประกายราวกับเพชรเนื้อดี พวงหางขนาดใหญ่ที่โดดเด่นโบกสะบัดไปมาอย่างพลิ้วไหว ดวงตาสีเทาขาวประกายเพชรเมื่อกลายร่างได้สมบูรณ์ กรงเล็บแหลมคม และสายเลือดจากตระกูลสูงศักดิ์ ทำให้จางอูยองเป็นมนุษย์หมาป่าที่สมบูรณ์แบบ

 

 

แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายในนั้นช่างแตกต่างจากความสมบูรณ์แบบในภายนอกโดยสิ้นเชิง

 

 

อูยองป่วยง่าย ร่างกายอ่อนแอ เพียงแค่วิ่งขึ้นมายังเนินเขา เขาก็เหนื่อยจนร่างแทบแหลกสลาย

 

อูยองยังแปลงร่างโดยสมบูรณ์ได้ไม่นานพอ ตอนนี้เขากำลังฝืนตนเองให้อยู่ในร่างของหมาป่าให้มากที่สุด

 

อูยองยังควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี ทั้งๆที่ฝึกมานานนับร้อยปี จากที่ยังเป็นเด็กตัวน้อย จนตอนนี้โตเป็นหนุ่มเทียบเท่ากับมนุษย์อายุยี่สิบปี อูยองก็ยังแอบมีหู และห่างโผล่มาบ้างในบางครั้งที่อารมณ์แปรปรวน

 

 

 

แต่ภายในที่ลึกกว่านั้น เลือดในกายของอูยอง กลับเป็นขุมพลังวิเศษที่อมนุษย์ตามหา

 

 

อูยองเพิ่งรู้ความจริงตรงนี้ตอนวันเกิดเขาอายุครบ 400 ปี

 

 

ชีวิตที่ต้องย้ายที่อยู่ตลอดเวลา ชีวิตที่ต้องหลบๆซ่อนๆ ไร้ซึ่งอิสระ ต้องเสียสละในฐานะลูกชายคนเดียวของจ่าฝูง และต้องแข็งแกร่งเพื่อให้หมาป่าตัวอื่นๆยำเกรง ไม่กล้าจะมาทำร้ายเพื่อดื่มเลือดเขา ชีวิตที่มีความสุข และไม่มีความสุข ชีวิตที่ต้องถูกเลือก เลือกโดยโชคชะตาที่แสนโหดร้าย

 

 

ความลับ ที่มีเพียงตระกูลจางเท่านั้นที่รู้ หมาป่าฝูงอื่นๆห้ามรู้ และอมมนุษย์อื่นๆก็ห้ามรู้เช่นกัน

 

 

 

หมาป่าสีขาวค่อยๆย่อตัวลงนั่ง ดวงตาทอดมองไปยังสุดขอบฟ้า พระอาทิตย์กำลังจะลาลับ ฝูงนกกำลังบินกลับรัง ก่อนใบหูสีขาวจะกระดิกเบาๆเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาแต่ไกล จมูกสูดดมกลิ่นเพื่อตรวจสอบ ก่อนจะถอนหายจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าใครกำลังมาที่นี่

 

 

โล่งใจที่ไม่ต้องหลบซ่อนเข้าไปในป่า แต่ก็แอบใจแป้วเพราะเขาต้องโดนพี่เลี้ยงคนสนิทดุอีกเป็นแน่

 

 

 

Lexus RX Hybrid สีขาวเคลื่อนที่เข้ามาจอดยังลานกว้างบนยอดเขา อูยองเพียงหันมองก่อนจะเบือนหน้าหลบ โดยไม่สนใจคนที่ก้าวลงจากตำแหน่งคนขับและปิดประตูรถตามหลังเสียงดังด้วยอารมณ์โมโห

 

 

อูยองต่างหาก ที่ควรจะโมโห!

 

 

 

“กลับมาเป็นร่างมนุษย์แล้วสวมเสื้อผ้านี่ซะ”

 

“.......”

 

หมาป่าสีขาวสวยยังคงเบือนหน้าหนีไม่สนใจ จนชายหนุ่มถอนหายใจยาว

 

“อูยอง ถ้าเรายังอยู่ในร่างหมาป่า แล้วจะคุยกันรู้เรื่องหรือ?”

 

 

ฮยองก็กลายร่างแล้วใช้กระแสจิตคุยกันสิ  หมาป่าหนุ่มพูดขึ้นในใจ ไม่สนใจคนที่ก้าวเข้ามาใกล้ๆอีกทีละนิดทีละนิด อูยองไม่อยากมองหน้าที่กำลังเปื้อนยิ้มนั่น ยิ้มเหมือนรู้ว่าเขาเป็นอะไร ยิ้มเหมือนรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร!

 

 

“น้อยใจพี่หรือ?”

 

 

อูยองรีบขยับหนีฝ่ามือที่ยื่นออกมาหวังจะลูบหัวเขา แล้วค่อยๆกลายร่างกลับเป็นมนุษย์ กระชากกางเกงและเสื้อมาจากมือคนตรงหน้าแล้วสวมลวกๆ โดยไม่สนใจสายตาที่มองร่างเปลือยเปล่าของเขาที่ถูกคลุมด้วยเสื้อผ้าทีละน้อยทีละน้อย

 

 

“จะแก้ตัวอะไรก็ว่ามา คิมจุนซู!”

 

“พี่แค่เลทไป...”

 

“หนึ่งชั่วโมง!”  อูยองสวนกลับทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ

 

“ขอโทษ”

 

“ถ้าเหตุผลที่พี่มาช้า จนหนังมันฉายไปแล้วหนึ่งชั่วโมงมันฟังขึ้นผมจะไม่ว่า แต่นี่.. เพราะพี่มัวแต่ไปกินลมชมวิวกับผู้หญิง!!”

 

“เพื่อนพี่แค่ไม่สบาย พี่แค่ขับรถไปส่งเธอที่บ้าน”

 

“บ้านเธอคงอยู่ไกลมาก จนทำให้พี่ไปหาผมที่โรงหนังไม่ทัน”

 

 

จุนซูยิ้มน้อยๆ เมื่อคุณหนูจางอูยองผู้แสนเอาแต่ใจของเขาเริ่มโมโหจนหูและหางสีขาวโผล่

 

 

“ก็เลยกลายร่างเป็นหมาป่าแล้วตะบี้ตะบันวิ่งเข้ามาในเขตอุทยานโดยไม่สนใจว่าร่างกายตนเองจะรับไหวไหมงั้นเหรอ”

 

“หรือพี่จะให้ผมตะบี้ตะบันวิ่งในเมืองกันล่ะ?”

 

 

 

จุนซูเกือบหลุดขำกับคำประชดประชันนั่น ก็จริงอยู่ว่าในอุทยานแห่งนี้ หมาป่าอย่างพวกเขาชอบมาในอุทยานแห่งนี้ เพราะไร้ผู้คนและเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ นานๆจะมีนักเดินป่ามาตั้งแคมป์ หรือเจ้าหน้าที่จะมาสำรวจพันธุ์ไม้ แต่ไม่นึกว่า คุณหนูจางอูยองจะกลายร่างในตอนกลางวันแล้ววิ่งขึ้นมา แม้ตอนนี้พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าแล้วก็ตาม แต่ตอนกลายร่างก็อาจจะมีคนเห็นก็ได้ ไหนจะเสื้อผ้าที่อูยองถอดทิ้งไว้ที่ไหนก็ไม่รู้

 

 

 

“พี่ขอโทษ พี่แค่ไปส่งเธอจริงๆ สาบานว่าไม่มีอะไรเกินเลย”

 

“พูดคำว่าสาบานออกมาง่ายจังเลยนะ รู้ไม่ใช่หรือว่าคำสาบานของแวร์วูฟน่ะ มันศักดิ์สิทธิ์”

 

“รู้ เพราะรู้ พี่ถึงสาบานไงครับ หายโกรธนะ?”

 

 

อูยองเม้มปากแน่น ตาเรียวสีน้ำตาลเมื่อกลายร่างกลับเป็นมนุษย์มองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนจะยอมอยู่นิ่งๆให้ฝ่ามืออุ่นนั้นมาลูบเบาๆที่ข้างแก้ม จนเขาเริ่มเคลิ้ม และยอมใจอ่อน

 

 

การที่ให้พี่เลี้ยงอย่างคิมจุนซูรู้จุดอ่อนนี่มันเป็นเรื่องที่แย่ชะมัด!

 

 

 

“กลับเถอะ ผมอยากกินข้าวเย็นฝีมือคุณแม่”

 

 

 

เพราะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบมนุษย์มาหลายร้อยปี อูยองจึงไม่เรียกมารดาตนเองว่า –ท่านแม่- เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่หันมาเรียกว่า –คุณแม่- เหมือนคนทั่วๆไป อูยองรีบเดินเลี่ยงไปขึ้นรถ นั่งเบาะข้างคนขับ แม้รถคันนี้จะเป็นของขวัญที่คุณพ่อซื้อให้อูยองในฐานะที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แม้จะเพิ่งย้ายเมืองมา แต่อูยองก็ขับมันไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะให้พี่เลี้ยงคนสนิทอย่างคิมจุนซูขับให้เสียมากกว่า

 

 

คิมจุนซูก้าวเข้ามานั่งยังเบาะคนขับ แล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ก่อนจะขับออกไป

 

 

 

“ถอดชุดไว้ที่ไหน?”  จุนซูหมายถึงเสื้อผ้าที่อูยองถอดออกก่อนแปลงร่าง

 

“ในห้องน้ำของสำนักงานอุทยาน”

 

“ห๊ะ? แล้วก็เดินแก้ผ้าออกมาเนี่ยนะคุณหนู?”

 

“ไม่มีคนเห็นหรอกน่า”

 

“พอไม่อยู่ด้วยก็ดื้อตลอด”

 

“ก็เพราะใครกันล่ะ ที่ไม่มาอยู่ด้วย!”

 

 

เอาแล้วไง ไม่น่าพลาดเลยคิมจุนซู โดนโยงเข้าไปเรื่องเดิมจนได้

 

 

“โอเค ทุกอย่างเป็นความผิดของกระผมเองครับคุณหนู”

 

 

จุนซูพูดขณะขับรถไปด้วย พอมองไปข้างๆก็พบรอยยิ้มสะใจของคุณหนูตระกูลจาง

 

 

สามร้อยกว่าปีก่อนเอาแต่ใจยังไง ผ่านไปก็ยังคงเป็นอย่างงั้นสินะ จางอูยอง

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

วันสุดท้ายของการปิดเทอมใหญ่ของมหาวิทยาลัย จางอูยองผู้ซึ่งอยากจะกอบโกยความสุขในวันปิดเทอมเล็กวันสุดท้าย จึงขออนุญาตที่บ้านออกมาเดินเล่นในเมือง ทางใต้ของเมืองชอลลานัมมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มาก เมืองเล็กๆที่สงบสุข ครอบครัวของอูยองเคยมาอยู่ที่นี่เมื่อสองร้อยปีก่อน บ้านเมืองพัฒนาไปมาก ความเจริญเข้ามาสู่ตัวเมืองไม่หยุดหย่อน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของชอลลานัมเปลี่ยนไป ความเงียบ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ คือเสน่ห์ของที่นี่ ดึงดูดใจให้อูยองกลับมาอีก

 

ชายหนุ่มวางสายจากพี่เลี้ยงคนสนิทที่บ่นมาตามสายจนหูแทบชา ว่าเขาจะออกมาก็ไม่บอกกันก่อน แอบไปขออนุญาตคุณแม่แล้วเดินทางมาเองคนเดียวโดยไม่ได้ขับรถมา จุนซูฮยองดูแลเขาดีเกินไปตั้งแต่เขายังเด็กๆ เขาก็อยากจะอยู่ห่างจากจุนซูฮยองบ้าง แม้จะรู้อยู่แก่ใจดีว่าอีกไม่นานอีกคนต้องขับรถตามมา

 

มือเล็กเลื่อนขึ้นมาขยับปีกหมวกลงซ่อนรอยยิ้ม คิดถึงจุนซูฮยองทีไร จางอูยองก็มีความสุขทุกครั้ง เขาโตมาโดยมีจุนซูฮยองดูแลมาตั้งแต่เด็ก อีกฝ่ายอยู่ใกล้ชิดเขากว่าใคร แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเลือดของเขา

 

ทั้งๆที่คิมจุนซูสามารถดื่มเลือดเขาได้ทุกเมื่อ เพราะอูยองชะล่าใจและไม่ระวังตัวเอง อาจจะไม่ใช่เพราะความชะล่าใจ อาจจะเพราะอูยองไว้ใจคิมจุนซู และคิมจุนซูสาบานว่าจะไม่ทำอันตรายใดๆเขา เพราะอูยองคือผู้ช่วยชีวิตคิมจุนซูครั้งนั้น

 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาทั้งสองคนอยู่ในสถานะอะไร?

 

รู้แต่ว่าเราขาดกันไม่ได้ เราทั้งสองคนต่างก็ต้องปกป้องกันและกัน 

 

 

อูยองหยุดความคิดที่เกี่ยวกับคิมจุนซูเอาไว้ แล้วขยับหมวกเปิดขึ้น แล้วเอามือล้วงประเป๋ากางเกงยีนส์ ทอดน่องไปเรื่อยๆ ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ผู้คนจึงสวมใส่คาดิแกนท์หลากสีเดินสวนกันไปมา ก็จะมีเพียงอูยองนี่แหละ สวมเพียงเสื้อยืดสีขาวคอวีเดินท้าลมเย็น ข้อดีของแวร์วูฟ คือจะมีอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่ามนุษย์ทั่วไป

 

สัญชาตญาณบางอย่างกระตุ้นโสตประสาทให้ต้องหยุดนิ่ง แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น มันก็หายไปราวกับสิ่งนั้นจงใจปกปิดไม่ให้อมนุษย์เหมือนกันรับรู้

 

 

“ไม่ใช่แวร์วูฟ”  อูยองพึมพำเบาๆคนเดียว  “หรือเราอาจจะรู้สึกไปเอง แต่..มันรุนแรงมาก”

 

 

พลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านและกดดันขนาดนั้น อูยองถอนหายใจยาว พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจไม่ให้หูและหางของตนเองโผล่ออกมาตอนนี้

 

 

ขณะที่ก้าวเดินต่อ เขาเหลือบไปเห็นตรงสี่แยก เด็กชายตัวน้อยกำลังอุ้มลูกโป่งสีแดงทั้งๆที่เชือกก็ผูกที่ข้อมืออยู่ เด็กชายตัวอ้วนเดินตามมารดาที่กำลังเข็นรถเข็นเด็กทารกต้อยๆพลางส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากขณะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายกับมารดา

 

มันทำให้อูยองคิดถึงเรื่องเมื่อ 300 ปีก่อน ที่เมืองเมืองหนึ่งในแถบยุโรป

 

 

“ป่านนี้ ลูกโป่งใบนั้นจะสลายหายไปตามกาลเวลาหรือยังนะ”

 

 

ด้วยความที่ตอนนั้นอูยองยังเด็กมาก ความทรงจำที่อยู่ในหัวตอนนี้ช่างลางเลือน

 

 

เด็กผู้ชายมีปีกสีดำ.. พร่าเบลอ..

 

มิตรภาพ.. ห่างหาย..

 

 

 

อูยองถอนหายใจยาวอีกครั้ง เพราะชีวิตเข