[Co-Fic] Invisible Chain : ch7

posted on 29 Apr 2012 20:32 by bigbang-fanfic in InvisibleChain
.
 
 
 
.
 
 
 
 
.
 
 
 
 

Title: Invisible Chain

Author : kumameaw & tictoc13

Pairing : JunWoo

Rating : NC-17

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นมา 

 

 

 

 

 

Invisible Chain : Chapter 7

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จางอูยองมองร่างสูงที่เดินตามเข้ามาในบ้านและมายืนข้างๆ ก่อนจะแนะนำอีจุนโฮให้มารดาที่นั่งอยู่ห้องรับแขกได้รู้จัก เขาบอกเพียงว่า อีกฝ่ายทำงานเป็นอัยการและตอนนี้ก็คือวิทยากรพิเศษที่คณะ แม่ของอูยองก็ต้อนรับและเชื้อเชิญให้อีจุนโฮลงนั่งที่โซฟา เขาจึงเดินไปหยิบน้ำเย็นในตู้เย็นที่ห้องครัว ปล่อยให้แขกผู้มาใหม่พูดคุยกับมารดาเขาเพียงลำพัง

 

ส่วนใหญ่แล้วจุนโฮเป็นฝ่ายตอบเสียมากกว่า เมื่อมารดาของอูยองทราบว่าเขาเป็นวิทยากรพิเศษและเป็นคนตรวจรายงานวิชาการประจำวิชาของอูยองแล้วก็ถูกซักเสียละเอียดยิบ ตั้งแต่ถามว่าอูยองเข้าเรียนครบไหมจนถึงมีแฟนหรือเปล่า

 

 

คำถามข้อหลังเขาคงตอบเองไม่ได้ อาจจะต้องให้อูยองไปตอบแทน

 

 

ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อคนรักหมาดๆเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก แสร้งคว้ามือว่าที่แม่ยายมาจับแล้วพลิกหงายดูฝ่ามือ

 

 

 

"เส้นลายมือบอกว่าคุณแม่มีดวงจะได้ลาภก้อนใหญ่นะครับ บางทีอูยองอาจจะพาแฟนมาเปิดตัว" พูดจบก็หัวเราะเบาๆ  หญิงสูงวัยกว่าพลอยหัวเราะตามไปด้วย

 

"จุนโฮเป็นหมอดูด้วยหรือไงจ๊ะ"

 

"ก็พอได้บ้างครับ เผอิญเพื่อนสนิทชอบด้านโหราศาสตร์" แอ๊บแหลแถลมไปตามเรื่อง ไม่สนใจตาถลึงจากอูยองที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังมารดา  ท่าทางใจดีและเป็นกันเองของว่าที่แม่ยายทำให้ชายหนุ่มเลื่อนขั้นจากคุณจุนโฮเป็นจุนโฮ และคุณนายเป็นคุณแม่อย่างรวดเร็ว

 

“เรื่องโหราศาสตร์สมัยนี้บ่งบอกความจริงเราไม่ได้เพียงแค่ดูลายมือหรอกนะครับแม่” อูยองพูดพลางวางแก้วน้ำเย็นให้แก่มารดาของตนและร่างสูงผู้เป็นแขกในวันนี้ แอบส่งสายตาดุๆไปหาอีจุนโฮที่ไม่เว้นความเจ้าเล่ห์แม้แต่กับแม่ของเขา

 

 

 

ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆมารดา สอดมือเข้าไปกอดเอวแล้วหอมแก้มผู้เป็นแม่ฟอดใหญ่อย่างที่เคยทำเป็นประจำทุกครั้งที่กลับมาจากข้างนอกบ้าน

 

 

 

"รักคุณแม่ออกขนาดนี้แล้วอูยองจะมีตาไว้มองหญิงอื่นหรือครับนี่"  ร่างสูงกระเซ้า เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ น้ำเสียงคำสั่งกลายเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนระคนเอ็นดู สรรพนามที่ใช้ก็เรียกด้วยชื่อ พูดจามีคะขามีหางเสียงจนอูยองชักหมั่นไส้

 

 

คุณนายจางหันไปลูบศีรษะบุตรชายพลางหัวเราะ "แม่น่ะนะนึกว่าจะต้องสอนลูกชายจีบสาวเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นมีหวังไม่ได้สะใภ้อย่างใครเขา"

 

 

 

เสียงหัวเราะดังไปทั่วห้องรับแขกโดยมีอูยองนั่งหน้าบูดอยู่ระหว่างคู่สนทนาพาเพลิน

 

 

 

อูยองแก้มแดงปลั่งทำหน้ามุ่ยใส่ผู้เป็นแม่ที่เริ่มจะหันไปเข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูกชายตัวเอง แต่กระนั้นคุณนายจางก็ยังกอดปลอบใจเขาแบบทุกครั้ง อูยองจึงยิ้มออกมาบ้าง

 

 

 

“แม่ครับ ผมหิวแล้ว ผมยังไม่ได้ทานข้าวเลย แม่ช่วยโชว์ฝีมือเด็ดๆให้ผมกินหน่อยน๊า นะครับแม่” ใช้ลูกอ้อนเหมือนอย่างทุกทีที่อยากทานของอร่อย ไม่สนใจชายหนุ่มที่นั่งอยู่โซฟาถัดไปเลยว่ามองมายังไง อูยองก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีคนคอยบังคับขืนใจกัน เขาก็ไม่ใช่เด็กดื้อรั้นหรอก

 

 

 

จุนโฮมองท่าทางออดอ้อนระหว่างสองแม่ลูกแล้วไม่ได้เอ่ยว่ากระไร คุณนายจางค่อยๆแกะแขนปลาหมึกสายพันธุ์จางอูยองออกจากเอวแล้วหันมาฟ้องลูกชายคนใหม่

 

 

 

"ดูสิจุนโฮ โตป่านนี้แล้วยังอ้อนแม่เป็นเด็กไปได้ ว่าแต่จุนโฮทานอะไรมาหรือยังลูก ทานข้าวกับแม่ไหม"

 

 

 

ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อเข้าทาง ร่างสูงรีบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว คุณนายจางพยักหน้าแล้วขอตัวไปเตรียมอาหารเย็น มือหนายกแก้วน้ำขึ้นจิบ สบตาเขียวปั๊ดของอูยองอย่างไม่กลัวเกรง

 

 

 

“นี่คุณ วันนี้แค่มาส่งผมและมาแนะนำตัวกับแม่ผมก็พอแล้ว เชิญคุณกลับไปทานข้าวที่บ้านคุณเถอะ” แอบกระซิบเสียงเขียวเพราะกลัวมารดาที่อยู่ในห้องครัวได้ยิน

 

 

 

จางอูยองไม่ได้ตั้งใจจะให้อีกฝ่ายอยู่ต่อถึงขนาดนี้เสียหน่อย นึกว่าอีจุนโฮทักทายแม่เขาเสร็จ ร่างสูงก็คงจะกลับไปทำงานตามประสาอัยการผู้งานยุ่ง นี่มันเหนือความคาดการณ์ของเขาไปแล้วชัดๆ!

 

 

 

"ขยันไล่กันจริงนะ" ร่างสูงสวนกลับ อดน้อยใจไม่ได้ที่เอะอะอีกฝ่ายก็จะไล่เขาท่าเดียว "เดี๋ยวก็ไล่ให้อย่ามายุ่ง เดี๋ยวก็ไล่ให้ไปส่งบ้าน พอมาส่งบ้านแล้วยังไล่กลับอีก มันน่าน้อยใจนักเชียว ถ้าไม่อยากให้อยู่ด้วยขนาดนั้นฉันกลับก็ได้ ฝากลาแม่นายด้วยแล้วกัน"

 

“เดี๋ยวสิ คุณ!”  อูยองวิ่งไปดักหน้าคนแก่ขี้ใจน้อยที่กำลังจะเดินไปยังประตูบ้าน ร่างเล็กยืนขวางหน้าร่างสูงเอาไว้ ช้อนตามองใบหน้าเรียบนิ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

 

“คุณโกรธผมเหรอ?”

 

"เปล่า แค่จะไปตามความต้องการของนาย" เอื้อมไปคว้าลูกบิดประตูทำท่าจะเปิดออก "อย่าลืมบอกลาแม่นายให้ฉันด้วยล่ะ ถ้านายไม่อนุญาตฉันคงไม่ได้มาที่นี่หรอก"

 

“ไม่จริง คุณโกรธผมแน่ๆ” อูยองจอมดื้อรั้นกลับมาอีกครั้ง ร่างเล็กปิดประตูบ้านลงแล้วไปยืนเอาหลังพิงประตูเอาไว้ ใบหน้ากลมบูดบึ้งจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายไม่วางตา ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากที่ยังมีรอยแดง ก่อนจะก้มหน้าและหันไปทางอื่น

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะไล่คุณ ผมก็แค่ไม่รู้จะทำยังไง เพราะที่บ้านหลังนี้ ไม่มีแขกคนอื่นมาร่วมโต๊ะอาหารนานแล้ว แค่แม่ชวนคุณทานข้าว ผมก็ตกใจมากแล้วนะ แล้วคุณยังตอบตกลง ผมก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเพราะคิดว่าคุณจะเข้ามาส่งผมและทักทายกับแม่ผมเท่านั้น”

 

 

อูยองได้ยินเสียงถอนหายใจราวกับกำลังขับไล่ความขุ่นเคืองของจุนโฮ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา แต่เมื่อสบตาเข้ากับแววตาของอีกฝ่ายก็หันหน้าหลบซ่อนแก้มที่แดงระเรื่อ

 

 

“อยู่ทานข้าวต่อก็ได้ ผมไม่อยากโกหกแม่ว่าคุณรีบกลับไปทำงาน”

 

"นายทำฉันโมโหนายต้องจูบไถ่โทษ ต่อไปนี้ถ้านายไล่ฉันอีกฉันจะคิดค่าไล่เป็นดีพคิสครั้งละหนึ่งที" หยิบโทรศัพท์ออกมากดยุกยิกก่อนจะโชว์หน้าจอให้คนตัวเล็กดู

 

"วันนี้นายไล่ฉันสองครั้ง ฉันลดให้ครึ่งนึงเหลือครั้งเดียวแล้วกัน ดีพคิสทีนึงแล้วฉันจะหายโกรธ"

 

เป็นจางอูยองที่อ้าปากหวอจนพูดอะไรแทบไม่ออก “จ..จะบ้าเหรอ!” พยายามพูดเบาๆทั้งที่อยากจะตะโกนใส่หน้าคนเจ้าเล่ห์ “นี่มันในบ้านผมนะ แล้วแม่ผมก็ทำกับข้าวอยู่ในครัวนั่นด้วย!”

 

"แต่ฉันกับนายอยู่ในห้องรับแขกนี่" สวนกลับหน้าตาเฉย สองมือล้วงกระเป๋ายืนรอดีพคิสหวานๆจากจางอูยอง กลั้นยิ้มจนปวดแก้มเมื่อใบหน้าหวานแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก 

 

"จะให้ฉันเริ่มหรือนายเริ่มก่อนดี แต่นายต้องเป็นฝ่ายสอดลิ้นเข้ามาเองนะ" 

 

 

 

เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ใบหน้าที่กำลังระรื่นก่อนจะถอนหายใจ แล้วหันกลับไปมองที่ทางห้องครัว หวั่นใจเหลือเกินว่ามารดาจะออกมาเห็นเข้า แต่ถ้าเขาไม่จูบอีจุนโฮ ตาบ้านี่ก็คงจะงอนตูดปัดกลับคอนโด และเขาก็คงต้องตามแก้รายงานและสอบซ่อมวิชาที่เขาเกลียดนี้แน่นอน

 

 

ใบหน้ากลมที่แดงก่ำ แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวจนแทบไหม้ อูยองมองหน้าอีจุนโฮแล้วหลับตาลง

 

 

 

“คุณเริ่มก่อน เร็วๆด้วยเดี๋ยวแม่มาเห็น”

 

 

 

มือหนาประคองใบหน้าน่ารักที่หลับตาปี๋เหมือนหวาดกลัวเสียเต็มประสาแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแตะกับริมฝีปากอีกฝ่าย รีรอพักหนึ่งไม่เห็นอูยองทำอะไรเสียทีจึงเลื่อนไปกระซิบริมหูเสียงต่ำ มือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับเอวบางรั้งเข้ามาแนบชิดกับตนเอง

 

 

 

"สอดลิ้นเข้ามาสิครับคนดี.."

 

 

 

เปลือกตาบางเปิดขึ้นมองใบหน้าของปีศาจร้าย ก่อนจะเอียงใบหน้าปรับองศาให้พอเหมาะ แล้วประกบริมฝีปากเข้าหาอีกครั้ง เรียวลิ้นค่อยๆสอดเข้าไปในโพรงปากอย่างเก้ๆกังๆ  คราวนี้จางอูยองก็ยังหลับหูหลับตาป้อนจูบอีกฝ่ายอย่างไม่ประสีประสาเช่นเคย คนตัวเล็กครางอื้ออึงในลำคอ เลื่อนมือมาแกะลำแขนที่โอบเอวตนเองเข้าหา ก่อนจะค่อยๆถอนจูบออกมาเพื่อกอบโกยออกซิเจนเข้าสู่ปอด

 

ริมฝีปากอุ่นแตะแผ่วข้างแก้มแทนคำขอบคุณแล้วผละออกเมื่อเห็นคุณนายจางเดินเข้ามาในห้องรับแขก ทว่าสภาพการณ์ที่ดูแล้วไม่ค่อยปกตินักทำให้คิ้วของคุณนายขมวดเข้าหากัน สิ่งที่ตามมาคือคำถาม

 

 

 

"ไปยืนทำอะไรตรงนั้นกันคะจุนโฮ อูยอง"

 

 

ก้มลงมองคนตัวเล็กที่ยังคงหน้าแดงแล้วชิงตอบ

 

 

"ผมกำลังจะกลับครับเผอิญนึกได้ว่ามีธุระ แต่อูยองบอกว่าให้อยู่ทานอาหารเย็นเป็นเพื่อนคุณแม่ก่อน แล้วถ้าดึกมากก็ค้างที่นี่เสียเลย" ใส่สีเติมไข่ซึ่งๆหน้า คุณนายจางยิ้มกว้างทว่าอูยองกลับถลึงตาใส่

 

 

 

ร่างเล็กหันกลับไปหามารดาพลางส่งสายตาไปหาว่า –ผมไม่ได้พูดแบบนั้น- แต่พระเจ้าก็ไม่เคยเข้าข้างจางอูยองเมื่อคนเป็นแม่ไม่เพียงแต่ไม่เข้าใจลูกชาย กลับยิ้มให้อีจุนโฮแล้วก็กลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

 

ร่างเล็กตวัดสายตาขุ่นเคืองให้อีกฝ่ายทันที ยิ่งเห็นรอยยิ้มที่ระบายเต็มใบหน้าและเสียงหัวเราะเบาๆด้วยความพอใจก็มาคิดผิดจริงๆที่มาขวางไว้ ตอนนี้จางอูยองชักอยากจะไล่ตะเพิดคนเจ้าเล่ห์ให้กลับไปจริงๆเสียแล้ว

 

กำลังอ้าปากจะไล่ แต่อีจุนโฮก็ชี้นิ้วมาที่เขาแล้วก็วกกลับไปจิ้มที่ริมฝีปากตัวเอง อูยองก็ได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อทำอะไรไม่ได้ ร่างเล็กก็ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดจากมาแล้วรีบเดินเข้าไปช่วยแม่ทำกับข้าวในครัวทันที

 

ยิ่งแกล้งยิ่งสนุก ร่างสูงเดินตามเข้าไปในครัวเสนอตัวช่วยทำอาหารด้วยอีกคน เนื่องจากเคยไปเรียนต่างประเทศตัวคนเดียวตั้งแต่ไฮสคูลจึงมีความสามารถในการทำอาหารไม่น้อย เรียกคะแนนจากว่าที่แม่ยายได้อีกมากโข

 

อูยองถูกกีดกันออกจากวงโคจรไปยืนหน้าหงิกพิงประตูตู้เย็นมองดูร่างสูงถอดสูทออกเสื้อเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนครึ่งข้อศอกตั้งหน้าตั้งตาหั่นชิ้นไก่อย่างชำนิชำนาญแล้วอดไม่ได้ที่จะยู่จมูกใส่ พอมาถึงก็ทำคะแนนไม่เลิกแถมยังแกล้งลูกชายเจ้าของบ้านอีกต่างหาก มันน่านัก

 

 

 

 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะที่มากขึ้นกว่าปกติเพราะมีแขกมาเพิ่มอีกหนึ่งคน เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะนั้นมาจากมารดาของอูยองกับอีจุนโฮผู้ทำตัวตีเนียนเป็นลูกชายของบ้านนี้ไปอีกคนซะส่วนใหญ่ อูยองจะมีส่วนบ้างก็ตอนที่ถูกแม่เผาวีรกรรมความดื้อและเรื่องน่าอายสมัยเด็กให้อีจุนโฮฟัง เขาทำได้แค่งอแงใส่แม่และถลึงตาใส่คนที่นั่งตรงข้ามเป็นระยะตอนที่แม่เผลอ

 

เบะปากทุกครั้งที่อีจุนโฮเอาอกเอาใจแม่เขาจนออกนอกหน้า ทั้งตักกับข้าว ทั้งเสิร์ฟน้ำ แม่ก็เอ่ยปากชื่นชมฝีมือการทำอาหารของอีจุนโฮเสียยกใหญ่ แล้วก็ยังมิวายแขวะว่าจางอูยองลูกชายคนนี้ทำกับข้าวไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย แล้วก็ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะของทั่งคู่อีกครั้ง

 

 

 

"อูยอง เดี๋ยวขึ้นไปเตรียมเสื้อผ้าให้พี่เขาเปลี่ยนนะ ดึกแล้ว แม่ว่าจุนโฮค้างที่นี่ดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยกลับ"

 

 

คุณนายจางหันไปบอกลูกชายก่อนจะหันมาบอกลูกชายคนใหม่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างไม่แพ้กัน มีอูยองคนเดียวเท่านั้นที่สำลักน้ำดื่มไอโขลก

 

 

"เกรงใจคุณแม่จังครับ พรุ่งนี้ผมจะซื้อขนมมาฝากคุณแม่นะครับ" ร่างสูงประจบ จับมือว่าที่แม่ยายมาลูบไล้หว่านเสน่ห์เต็มที่ คุณนายจางหัวเราะชอบใจแล้วหันไปหาอูยองที่ยังคงนั่งหน้าบูด

 

"จุนโฮนอนห้องเดียวกับอูยองแล้วกันนะ ห้องนอนแขกยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย"

 

“ผมไม่มีเสื้อผ้าให้เขาเปลี่ยนหรอกครับ เขาใส่เสื้อผ้าผมไม่ได้หรอก” รีบหันไปบอกคนเป็นแม่ เผื่อจะช่วยโน้มน้าวให้คุณนายจางเปลี่ยนใจ เริ่มนั่งไม่อยู่สุข แม่นะแม่ คิดยังไงถึงจะให้คนที่เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้มานอนห้องเดียวกับลูกชายตัวเอง

 

“แต่ถ้าจะให้...พี่...เขานอนที่นี่ เดี๋ยวผมไปทำความสะอาดห้องพักแขกให้ก็ได้” ไม่ชินปากกับการจะเรียกแทนอีกฝ่ายว่าพี่จริงๆเลยให้ตาย ทำไมแม่ต้องไปเรียกอีจุนโฮแบบนั้นด้วย เอาอกเอาใจประหนึ่งเป็นลูกชายแท้ๆส่วนเขาเป็นใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ลูกชายตัวจริง

 

"อูยองไม่อยากนอนกับพี่เหรอครับ" จุนโฮถามยิ้มๆ เห็นอูยองถลึงตาใส่เมื่อได้ยินคำว่าพี่แล้วอดขำไม่ได้ นิสัยชอบแกล้งเริ่มทำงานอีกครั้ง "พี่สัญญาครับว่าพี่จะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่งอแงให้อูยองรำคาญตลอดคืน ตกลงไหมครับ"

 

 

 

สลัดมาดอีจุนโฮแสนเอาแต่ใจและเผด็จการไปโดยสิ้นเชิง  หารู้ไม่ว่าทั้งหมดคือสิ่งที่เขาทำเพื่อให้แม่ของอูยองประทับใจ คงไม่ดีนักหากจะทำตัวขี้หงุดหงิดตามวิสัยเพราะไม่ใช่มารยาทที่ดีเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่

 

อีกสิ่งที่เขากลัวคือ หากกลับไปที่คอนโดแล้วพี่จุนซูโทรมาตอนอยู่เพียงลำพังเขาจะทำอย่างไร ตั้งแต่พี่จุนซูจากไปพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยนัก พี่จุนซูอยู่กับแฟนใหม่ที่อิตาลี นานๆจึงจะติดต่อมาหาเขาสักทีหนึ่ง  ทุกครั้งที่ชื่อของพี่จุนซูแสดงผลบนหน้าจอเขาจะเก้กังทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาทันที

 

กำลังจะอ้าปากเถียงแต่ประกาศิตของผู้เป็นแม่ที่พูดปิดท้ายก็ทำให้เขาต้องจำยอม อูยองพยักหน้าให้มารดา ก่อนจะหันมาแลบลิ้บให้คนตรงหน้าแล้วลุกขึ้นเพื่อไปตระเตรียมจัดที่นอนและหาเสื้อผ้าไว้ให้ตามคำสั่งของแม่

 

 

 

“งั้นผมไปเตรียมของให้ก่อนนะครับ หน้าที่ล้างจานก็ให้ลูกชายของแม่ทำเลยละกัน”

 

 

แล้วก็เดินขึ้นไปบนบ้าน

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

เสียงปิดประตูไม่สามารถทะลุเฮดโฟนและเสียงเพลงของร่างบางได้เลย ร่างสูงยืนพิงประตูมองคนที่บอกว่าจะขึ้นมา 'เตรียมของ' ได้พักใหญ่แล้ว จนกระทั่งเขาล้างจานเสร็จ ช่วยแม่ของอูยองเก็บข้าวของเมื่อขึ้นมาบนห้องก็พบว่าอูยองนอนฟังเพลงอ่านการ์ตูนสบายใจเฉิบ

 

ข้างกายร่างบางมีเสื้อยืดคอกลมและกางเกงขาสั้นหัวยืดพับไว้ นี่คงเป็นของที่อูยองเตรียมไว้ให้เขา ร่างสูงก้าวไปคร่อมตัวคนที่นอนคว่ำอยู่แล้วโถมน้ำหนักทับลงเต็มตัว

 

 

 

"นี่น่ะหรือของที่เตรียมไว้ให้ฉัน หืม?" กระซิบถามริมหูแทรกเสียงเพลง อูยองสะดุ้งเฮือกพยายามพลิกตัวแต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากน้ำหนักของจุนโฮกดทับ

 

 

 

มือเล็กกระชากเฮดโฟนออก พร้อมทั้งดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างสูงที่อยู่ดีๆก็ทับลงมาทั้งตัว อูยองหันไปมองพบว่าอีจุนโฮยิ้มแฉ่งด้วยความบันเทิงจนน่าหมั่นไส้ อยากจะตะโกนด่าให้ลั่นบ้าน แต่ไม่ดีแน่หากแม่เปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นพวกเขาในสภาพนี้

 

 

 

“นี่ลุกออกไปเลยนะ หนัก!”

 

 

 

กำลังจะแกล้งต่อเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ร่างสูงล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงโดยยังไม่ลงมาจากตัวของอูยอง ทว่าเมื่อเห็นชื่อที่แสดงบนหน้าจอสีหน้ายิ้มแย้มก็เลือนหาย ขยับกายลงมานั่งหมิ่นๆตรงขอบเตียง

 

ปลายนิ้วสั่นเทาห่างจอสัมผัสเพียงนิด เม้มปากแน่นก่อนจะถอนหายใจแล้วตัดสายทิ้งไป ถึงกระนั้นก็ยังนั่งมองโทรศัพท์ที่หน้าจอกลายเป็นสีดำสนิทเป็นนานสองนาน ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้อง ความอึดอัดปะปนเข้ามาในความเงียบงัน

 

ร่างเล็กค่อยๆลุกขึ้นนั่งและมองชายหนุ่มตาปริบๆด้วยความงุนงง แม้จะอยากรู้ว่าปลายสายคือใครแต่บางทีมันก็อาจจะไม่ใช่ธุระหรือกงการของเขาก็ได้

 

อูยองค่อยๆคลานลงจากเตียง เดินไปหยิบชุดนอนและผ้าเช็ดตัว

 

 

“ผม...ไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ คุณคง...อยากจะใช้เวลาอยู่เงียบๆคนเดียว” พูดเสร็จก็รีบเดินเข้าห้องน้ำแล้วกดล็อคประตู

 

 

แผ่นหลังบางพิงกรอบประตูเอาไว้ ในใจก็ครุ่นคิดว่าใครกันที่โทรมา อีจุนโฮถึงกับมีท่าทีเปลี่ยนไปขนาดนั้น ปลายสายคงจะมีอิทธิพลต่อชายหนุ่มมากพอดู ใจดวงน้อยสั่นระรัว เมื่อเพิ่งมานึกได้ว่า ตนเองนั้นเพิ่งจะสารภาพความในใจไปวันนี้ ในขณะที่อีจุนโฮก็ยังไม่ได้บอกรักเขาเลยสักคำ และเขาก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย อูยองรู้แค่ว่าจุนโฮเป็นอัยการ มาเป็นวิทยากรพิเศษที่คณะ เป็นผู้ชายคนแรกของจางอูยอง อูยองรู้แค่นั้น..

 

 

ร่างเล็กส่ายหน้าไปมาไล่ความคิดมากออกไป จากนั้นจึงลงมืออาบน้ำชำระร่างกายเสียที

 

 

กลิ้งตัวนอนแผ่หราบนเตียงพลางใช้ความคิด โทรมาถึงสองครั้งภายในคืนเดียวแสดงว่าต้องมีเรื่องด่วนแน่ ทว่าเขายังไม่พร้อมคุยกับพี่จุนซูตอนนี้ เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับอดีตที่ยังคงฝังลึกในใจ

 

ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม หากเขาปรับปรุงตัวเองเสียแต่ตอนนั้นเขาคงไม่ต้องเสียพี่จุนซูไปให้ใครแล้วคงไม่ต้องทำตัวเป็นเพลย์บอยอยู่หลายปี

 

กลิ่นหอมกรุ่นกำจายมาจากหน้าห้องน้ำ ผงกศีรษะดูก็พบว่าอูยองอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างบางสวมชุดนอนสีเทาลายพอลแฟรงค์ เรือนผมสีเข้มชื้นน้ำปรกใบหน้าขาวเนียนและแก้มสีชมพูระเรื่อ ริมฝีปากได้รูปยิ้มบางๆ สลัดภาพในอดีตทิ้งไป

 

 

ตอนนี้เขามีอูยองแล้ว 

 

 

 

อูยองใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับผมที่เปียกจากการสระ ก่อนจะมองสบตากับอีจุนโฮด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม พอรู้สึกตัวจึงสะบัดหน้าสองสามที

 

 

“ห...ห้องน้ำว่างแล้ว เชิญคุณใช้ได้ตามสบายนะ ผมจะลงไปดูความเรียบร้อยของบ้าน” พูดจบก็รีบออกจากห้องนอนทันที

 

 

 

ร่างเล็กวิ่งลงมาชั้นล่างด้วยความเร็ว รู้สึกแปลกๆที่ต้องอยู่กับอีจุนโฮในห้องนอนของตัวเอง เพราะคืนนี้มันไม่เหมือนทุกครั้ง อูยองไม่ได้ถูกจุนโฮบังคับขู่เข็ญ เราสองคนไม่ได้ขึ้นเสียงหรือด่าทอกัน อูยองเลยทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

เดินไปปิดล็อคประตูบ้านและหน้าต่างจนหมดแล้วก็มานั่งบนโซฟาห้องรับแขก อูยองยังไม่กล้าขึ้นไปห้องนอนตนเองตอนนี้เลยจริงๆ

 

 

 

ตั้งแต่ก่อนอาบน้ำจนกระทั่งอาบน้ำเสร็จอูยองก็ยังไม่ขึ้นมา จุนโฮถือวิสาสะเดินสำรวจรอบห้อง หยิบการ์ตูนสามสี่เล่มติดมือมานอนอ่านเล่นบนเตียง นิสัยอย่างอูยองไม่มีทางนอนชั้นล่างหรอก อีกไม่นานก็ต้องขึ้นมา แต่ถึงไม่ขึ้นมาเขาก็จะลงไปตามเอง

 

ปรายตามองโทรศัพท์นอนนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วหันสมาธิไปจดจ่อกับหนังสือการ์ตูนแทน  เสื้อยืดที่อูยองเตรียมไว้ให้ค่อนข้างอืดอัดจึงถอดออกเหลือเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว อ่านการ์ตูนไปพลางจ้องบานประตูไปพลาง

 

 

จะขึ้นมาดีๆหรือจะให้ลงไปตาม จางอูยอง

 

 

 

จางอูยองยังนั่งอยู่ที่เดิม ผ้าขนหนูผืนเล็กก็ยังวางอยู่บนศีรษะที่เดิม ในอ้อมกอดมีหมอนนุ่มกอดเอาไว้ ในหัวมีความคิดมากมายเต็มไปหมด และทุกเรื่องก็ล้วนแล้วแต่ข้องเกี่ยวกับคนคนเดียว ทำไมอีจุนโฮถึงได้มีอิทธิพลต่อเขามากมายขนาดนี้ ทั้งๆที่สารภาพความในใจไปแล้วจะโล่งอก แต่กลับมาคิดมากและสับสนยิ่งกว่าตอนก่อนหน้านี้เสียอีก

 

 

เป็นอะไรไปนะหัวใจ..

 

 

มือเล็กเลื่อนไปบีบแน่นตรงอกข้างซ้าย มันเจ็บแปลกๆ ก่อนร่างเล็กจะถอนหายใจเอาความอึดอัดออกไป แผ่นหลังพิงลงไปยังโซฟา ข้อสงสัยที่เกี่ยวกับอีจุนโฮก็แล้นเข้ามาในความคิดอีกครั้ง อูยองหลับตาลง พยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด หายใจเข้าออกช้าๆ จนกระทั่งผล็อยหลับไปทั้งๆที่ยังนั่งอยู่ท่านั้น

 

ร่างสูงถอนหายใจเมื่อเดินลงมาแล้วเห็นคนตัวเล็กนั่งหลับอยู่บนโซฟา ดื้อไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ แขนแกร่งช้อนคนตัวเล็กขึ้นแนบอก ลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินขึ้นชั้นสอง อยากแกล้งเด็กดื้อบนโซฟาอยู่หรอกแต่เกรงใจว่าที่แม่ยาย เอาไว้แก้แค้นที่คอนโดเขายังไม่สาย

 

 

ปลายจมูกคลอเคลียแก้มนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว ขโมยหอมฟอดใหญ่แล้วเอ่ยเรียก

 

 

 

"อูยอง"

 

 

 

อูยองรู้สึกรำคาญเมื่อมีใครมารบกวนการนอนหลับ เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ ร่างเล็กกระพริบตาปริบๆด้วยความงุนงง อูยองพบว่าใบหน้าอีจุนโฮอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ และตอนนี้เขาก็นอนอยู่บนเตียงนอนของตนเอง

 

 

 

“คุณ..อุ้มผมขึ้นมาเหรอ?”

 

"เปล่าซะหน่อย นายเดินงัวเงียขึ้นมาหาฉันแล้วบอกว่าจูบผมทีผมนอนไม่หลับ" สวมรอยโมเมเสียอย่างนั้น

 

 

มองร่างบางทำหน้าเหมือนเขาพาไปเที่ยวแดนมหัศจรรย์แบบอลิซแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ดุนจมูกกับพวงแก้มเหมือนกำลังหยอกสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

 

เสียงหัวเราะของร่างสูงทำให้อูยองรู้ว่าโดนหลอกเข้าให้ กำปั้นเล็กจึงทุบลงบนไหล่หนาไปหนึ่งที ร่างเล็กใช้มือทั้งสองข้างดันตัวของอีจุนโฮออกไปเพื่อจะได้เข้านอน

 

 

 

“เตียงผมอาจจะไม่กว้างและนุ่มสบายนะ คุณนอนฝั่งนั้นก็แล้วกัน” อูยองเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มของตนเอง เพื่อจะห่มนอน วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน เขาอยากพักผ่อนแล้ว

 

 

คนเจ้าเล่ห์ตาพราวระยับ สวมกอดคนตัวเล็กดึงแผ่นหลังเข้ามาแนบอกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

 

 

"แปลกที่แล้วฉันนอนไม่หลับ กล่อมฉันหน่อยสิ"

 

 

อูยองตกใจจนตาสว่าง ก่อนจะหันหน้ากลับไปหาคนเจ้าเล่ห์ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบบวกกับทำตาดุๆใส่ขัดกับใบหน้าที่ยิ้มหวานระรื่น

 

 

 

“ให้ผมลงไปหยิบไม้หน้าสามข้างล่างก่อนสิ ฟาดคุณสักทีสองที เดี๋ยวก็หลับ”

 

"ไล่หนึ่งทีจูบหนึ่งที ฟาดหนึ่งทีเสียตัวหนึ่งรอบนะ"  บอกพลางสอดมือเข้าใต้เสื้อตัวบาง ไม่ใยว่าร่างบางจะดิ้นขลุกขลักพยายามเอาตัวรอดสักเพียงใด แขนแกร่งสอดรองท้ายทอยพลิกร่างบางหันมาประจันหน้าแล้วมอบจุมพิตดูดดื่มจนเด็กดื้อสิ้นพยศ

 

 

ริมฝีปากคลอเคลียปลายจมูก เสียงทุ้มกระซิบแผ่ว

 

 

"แต่ถ้านายไม่อยากทำฉันก็จะไม่ฝืนใจนาย บางทีคงดีกับนายมากกว่าถ้าเราสองคนจะนอนเฉยๆคนละฟากเตียง หรือถ้านอนร่วมเตียงกับฉันแล้วลำบากใจมากฉันจะลงไปนอนบนพื้นเอง"

 

“ผม..ยังไม่ได้ไล่คุณลงไปนอนบนพื้นเสียหน่อย..คุณก็นอนบนเตียงไปสิ” พูดพลางหอบหายใจเพราะรสจูบเมื่อครู่ ใบหน้ากลมจากที่เคยขาวเนียนตอนนี้กำลังกลายเป็นสีแดงก่ำแน่ๆ เพราะอูยองรู้สึกเหมือนมีความร้อนมาออกันตรงผิวแก้มเต็มไปหมด

 

“แล้วจะให้ผมทำยังไง.. แม่ผมนอนหลับอยู่ห้องตรงข้ามนะ” ก้มหน้างุดไปยอมสบตา ไม่ใช่ไม่อยากถูกกอด อูยองอยากให้อีกฝ่ายกอดตนเพื่อยืนยันว่าอีจุนโฮยังอยู่กับเขา ให้เขายังมีความสำคัญ และมีอิทธิพลมากกว่าคนที่โทรเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่ทว่าอูยองก็กลัวมารดาของตนจะตื่นมาเห็นเข้าน่ะสิ

 

 

คนฟังกระตุกยิ้ม

 

 

"นายจะครางเสียงดังจนทะลุประตูไปถึงห้องแม่เลยหรือไง" ถามพลางปลดกระดุมเสื้อนอนตัวบางออก ผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏสู่สายตา แม้จะยังไม่ถอดเสื้อก็ไม่ต่างกันเท่าใดนักในเมื่อร่างสูงร่นเสื้อลงเผยหัวไหล่มนและไหปลาร้าอิ่มตึง ปลายนิ้วไล้ผิวเนื้ออ่อนด้วยความหลงใหล กลิ่นกายหอมกรุ่นเย้ายวนให้ฝังจมูกลงไป

 

 

"หาอะไรปิดปากสิ หรือว่า...กลัวกลั้นเสียงไว้ไม่อยู่?"

 

“คนบ้า น่าไม่อาย!” ต่อว่าคนเจ้าเล่ห์เสียงสั่น

 

 

 

ไม่กล้ามองว่ามือหนาเลื่อนเลื้อยไปที่ใดบนผิวกายตนบ้าง ใบหน้าแดงระเรื่อจึงมองจ้องหน้าของอีจุนโฮไม่ละไปไหน แต่อูยองก็คิดผิด แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะครอบครอง เร่าร้อนแผดเผาจนอูยองแทบละลาย อีกทั้งความรู้สึกถึงสัมผัสที่ลากผ่านตามตัวก็ยังเด่นชัดกว่าใช้ตามอง

 

 

มือเล็กทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นมาปิดปากเอาไว้แน่นเพราะกลัวจะส่งเสียงอันน่าอับอายออกไปจนเสียงดังเกินควร

 

 

ชุดนอนเลื่อนหลุดลงจากร่าง ร่างบอบบางนุ่งลมห่มฟ้าบดเบียดร่างกายกับร่างสูงที่สวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว  นัยน์ตาคมจับจ้องมือเล็กที่ปิดริมฝีปากเอาไว้ก่อนจะดึงมือนั้นออกแล้วใช้ริมฝีปากของตนช่วยกลั้นเสียงร้องแทน

 

ขยับกายขึ้นคร่อมทับ แทรกกายกลางหว่างขาช้อนสะโพกมนยกสูง ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย สองมือเริ่มผลักไสแสดงอาการขัดขืน ความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางกายของอูยองยังไม่เลือนหาย น้ำตาเอ่อคลอเพ่งมองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำพร่ามัว

 

 

จุมพิตอ่อนหวานกระซิบปลอบ ส่งผ่านคำขอโทษและคำปลอบขวัญอย่างนุ่มนวล

 

 

 

"ชู่ว...เด็กดี"

 

 

หยดน้ำตาเกลือกกลิ้งลงมาบนแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายสั่นระริกขึ้นมาเมื่อภาพเหตุการณ์คราวก่อนถูกปลุกขึ้นมาราวกับปีศาจในความฝัน เสียงกระซิบแผ่วเบาช่วยปัดเป่าออกไปได้บ้างเล็กน้อย มือไม้ดูเงอะงะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน อูยองอยากจะยกขึ้นมาปิดปากตัวเองอีกครั้ง แต่อีจุนโฮก็คว้าเอาไว้

 

ริมฝีปากได้รูปจรดลงบนหลังมืออย่างนุ่มนวล ก่อนคนบนร่างจะพามันไปวางไว้บนหัวไหล่ของเจ้าตัว อูยองหลับตารับสัมผัสหวานที่อีจุนโฮกำลังจะมอบให้ในคืนนี้

 

รสหวานแทรกซึมไปทั่วร่าง  จุนโฮครางในลำคออย่างอดกลั้น เขาทำให้อูยองเสียน้ำตาอีกแล้ว เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของอูยองอีก เขาต้องควบคุมตนเองให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้อูยองต้องเจ็บปวด ทว่าตอนนี้คนที่เจ็บกลับเป็นเขาเสียเอง เจ็บที่ไม่อาจทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจได้

 

 

 

"ไม่ร้องไห้นะ" กระซิบบอกพลางเช็ดน้ำตาออกจากดวงตาและแก้มเนียน แขนเพรียวโอบคอรั้งใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้แล้วจ้องมองราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

ร่างสูงหัวเราะเบาๆ

 

 

"จะทำอะไร หืม?"

 

 

 

อูยองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองทำอะไรลงไป อยู่ดีๆมือไม้มันก็ไปเอง แม้กระทั่งตอนนี้ ที่เขากำลังโน้มใบหน้าอีกฝ่ายลงมาแล้วจูบ อูยองไม่ได้ดีพคิสแบบที่จุนโฮชอบ เขาแค่จูบบนกลีบปาก จูบเน้นย้ำบ้างเบาบ้าง ราวกับจะอ้อนขอให้อีจุนโฮมอบความรักอันนุ่มนวลอ่อนหวานให้

 

 

ใบหน้าเนียนผละออกมา ตาเรียวที่คลอไปด้วยน้ำตาช้อนมองอีกฝ่ายอย่างเว้าวอน

 

 

 

“กอดผมสิ กอดผมที่เป็นจางอูยอง.. ไม่ใช่ใครคนอื่น ได้ไหมล่ะ อีจุนโฮ”

 

 

 

พูดเองก็กลัวกับคำตอบที่จะได้มา สิ่งที่ดลใจให้อูยองถามออกไปก็คือสิ่งที่เขาคิดมากมาตลอดตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ไม่ได้อยากเป็นคนขี้ระแวงแบบนี้ เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ แต่อีจุนโฮยังไม่มอบความมั่นใจให้กันเลย

 

 

ไม่รู้อะไรดลใจให้อูยองพูดแบบนี้ออกมา ทว่าจุนโฮก็ฟังทุกถ้อยคำ น้ำเสียงออดอ้อนระคนตัดพ้อ นัยน์ตารื้นหยาดน้ำ ปฏิเสธเลยว่าการกระทำของจางอูยองตอนนี้ช่างเย้ายวน ถึงกระนั้นก็ไม่อาจมองข้ามเนื้อความของสารที่สื่อออกมาได้

 

 

 

"ฉันไม่มีคนอื่น ฉันมีแค่นายคนเดียวเท่านั้น" วูบหนึ่งที่แววตาเปลี่ยนไปแต่ก็กลับมาเป็นดังเดิมอย่างรวดเร็ว จุมพิตหวานดูดกลืนความกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปลอบประโลมเด็กน้อยให้หายหวาดกลัว แขนเพรียวตวัดรั้งเหมือนกลัวว่าเมื่อปล่อยไปแล้วเขาจะหายไป

 

 

ผิวกายเปล่าเปลือยแนบชิดจนไร้ซึ่งช่องวางระหว่างกัน  ร่างกายรู้สึกร้อนผะผ่าวเพราะอารมณ์บางอย่างกำลังถูกปลุกขึ้นมา ฟันซี่เล็กขบกัดริมฝีปากล่างเพื่อกลั้นเสียงครางเมื่อยอดอกถูกครอบครองด้วยริมฝีปากคนบนร่าง มือเล็กที่เคยโอบคอบคอ ตอนนี้อูยองขยับมันมาปิดปากเอาไว้

 

 

“อื้อ...” ท้องน้อยหดเกร็งเมื่อลิ้นชื้นไล้วนรอบสะดือ มืออีกข้างเลื่อนลงไปจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนแทบขาดติดมือมา ปลายเท้าเหยียดเกร็งเมื่อริมฝีปากได้รูปพรมจูบไปแทบทุกตารางนิ้ว

 

 

เคลื่อนใบหน้าจนถึงส่วนอ่อนไหว ร่างบางบิดกายหนีด้วยความเขินอาย ทว่ากลับถูกมือหนาตรึงขาทั้งสองข้างเอาไว้แล้วใช้ริมฝีปากปรนเปรอความสุขสมจนคนได้รับแทบสำลัก เสียงหวานอื้ออึงอยู่หลังฝ่ามือ

 

ร่างสูงดึงมือเล็กออกแล้วจงใจเพิ่มสัมผัสรุนแรงมากขึ้นจนอูยองทนไม่ไหวกรีดร้องออกมาเมื่ออารมณ์ทั้งหมดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ธารชีวิตอุ่นร้อนเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลาและหน้าท้องของตนเอง

 

ร่างบางหอบหายใจมองร่างสูงขยับกายขึ้นทาบทับ ความแข็งแกร่งเสียดสีหน้าขาเรียกใจเต้นรัว หากชายหนุ่มกลับไม่ยอมทำมากกว่านั้น  ร่างสูงหลับตาแน่น สลัดความกังวลไร้สาระของตนเองออกไป

 

 

 

"ฉันทำได้ใช่ไหม" เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เขาไม่อยากฝืนใจอูยองอีกครั้ง ความสัมพันธ์ทางกายระหว่างเขาและอูยองทุกครั้งคือความเจ็บปวดของร่างบาง เขาไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นอีก

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่อีจุนโฮกลัว..กลัวทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่ต้องการ

 

 

อกขาวเนียนกระเพื่อมตามแรงหอบหายใจ ความต้องการได้ถูกปลดปล่อยจนอูยองรู้สึกว่าตัวเองลอยได้ กลีบปากบางเผยออ้าหอบเอาอากาศเข้าสู่ปอด ช้อนตารื้นน้ำมองคนบนร่างที่สบตากันราวกับจะกลืนกิน ใบหน้ากลมพยักหน้าช้าๆ ลำแขนเลื่อนขึ้นไปกอดรัดร่างสูงเอาไว้ ซุกแก้มอุ่นๆเข้าหา มอบจุมพิตลงบนซอกคอเรียว ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาแนบชิดใบหู

 

 

 

“ผมไม่เป็นไร แต่ก็...เบาๆด้วยนะครับ”

 

 

 

ร่างบางถูกพลิกเป็นฝ่ายคร่อมทับ แววตาตื่นตระหนกช่างคล้ายคลึงกับครั้งแรกหากคราวนี้ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ร่างสูงถดกายลุกขึ้นเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอน กอดร่างบางที่หน้าแดงก่ำเพราะถูกความแข็งแกร่งเบื้องล่างเสียดสีแนบแน่น มือหนาเลื่อนไปประคองสะโพกมน

 

 

 

"ขยับตามใจนายสิ คราวนี้นายคือผู้บัญชา" กระซิบบอกเสียงพร่า ค่อยๆกดสะโพกครอบครองร่างกายของตนเอง อูยองเอามือปิดปากน้ำตาไหลด้วยความเจ็บ ครางอื้อเมื่อมือหนากดสะโพกลงรวดเดียว  ความร้อนคับแน่นภายในร่างซึ่งร้อนไม่แพ้กัน

 

 

"ขยับสิอูยอง ขยับตามที่นายต้องการ"

 

 

 

ร่างเล็กเริ่มขยับช้าๆพื่อระบายความอึดอัดคับแน่นต้องช่องทางด้านหลัง แรงเสียดสีทำเอารู้สึกเจ็บจนน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย เมื่อขยับสะโพกลงไปโดนจุดกระตุ้นภายใน แขนขาก็เรี่ยวแรงจนแทบล้มลงไปซบอกร่างสูง ความเสียวซ่านค่อยๆประทุ มือเล็กอีกข้างวางไว้บนไหล่หนาเพื่อเป็นที่ยึด สะโพกบางเริ่มขยับเร็วขึ้น เสียงครางอื้ออึงดังในลำคอ ยิ่งขยับสะโพกเร็วขึ้นเท่าไร ความเสียวซ่านก็แล่นปราดไปทั่งทั้งร่างมากขึ้นเท่านั้น

 

เรี่ยวแรงกำลังจะหมด อูยองผ่อนจังหวะลงเพราะเริ่มไปต่อไม่ไหว ปล่อยมือที่ปิดปากออก ก่อนจะซบหน้าลงบนไหล่ของอีจุนโฮโดยไม่รู้ตัว อ้าปากกัดลงบนผิวเนื้อตรงหัวไหล่ของร่างสูงระบายความเจ็บปวดที่เจอไปด้วยความสุขสม จังหวะเริ่มเนิบนาบลงเรื่อยๆ อูยองยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง แต่เขากลับรู้สึกไม่มีแรงจะขยับสะโพกเลย

 

 

 

“ฮึ่ก...ผม..ไม่ไหว” ซุกหน้าลงบนหัวไหล่ที่รอยเขี้ยว น้ำตาไหลหยดลงบนผิวเนื้อของร่างสูง

 

 

 

ความน่ารักออดอ้อนกระแทกใจจนไม่อยากแกล้งให้ทรมานอีก ร่างสูงพลิกคนตัวเล็กลงใต้ร่าง จับขาเพรียวพาดบนบ่าช้อนสะโพกกลมกลึงขึ้นก่อนจะค่อยๆแทรกกายเข้าไปอย่างเชื่องช้า น้ำตาไหลอาบแก้มนวลไม่ขาดสาย หากเป็นน้ำตาจากความสุขสม

 

เสียงหวานครางระงมเมื่อห้วงอารมณ์เพริศจนใกล้ถึงขีดสุด มือสองข้างกำขยำผ้าปูที่นอนบิดเกร็งร่างกายรองรับความสุขที่ร่างสูงปรนเปรอให้ ท่วงทำนองเร่งเร้ารัวเร็วจนในที่สุดมือหนาก็กระชากพาร่างบางไปถึงจุดหมายปลายทาง ร่างบางกระตุกเฮือก ปลดปล่อยความสุขเปรอะเปื้อน ด้านหลังคับแน่นและอุ่นร้อนไปด้วยอารมณ์ของร่างสูงที่หลั่งไหลเข้าไป

 

บีบรัดกลืนกินโดยไม่ตั้งใจทำเอาร่างสูงครางฮือ อารมณ์รักยังไม่มอดสนิทเมื่อถูกกระตุ้นความเสียวซ่านก็แล่นปราดไปที่จุดศูนย์กลางของอารมณ์ ตัดใจถอนกายออกมาเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรับไม่ไหว

 

พลิกร่างหอบกระเส่าขึ้นไปนอนซบอกด้านบน ใบหน้างามแนบอกกว้างได้ยินเสียงหัวใจเต้นถี่ ริมฝีปากหยักแตะแผ่วบนเรือนผมชื้นเหงื่อก่อนจะนอนแผ่หรา แขนข้างหนึ่งกอดร่างบางเอาไว้

 

เมื่ออัตรการหายใจเข้าออกกลับเข้าสู่โหมดปกติ อูยองกระพริบตาไล่น้ำตาหยุดสุดท้ายออกไป เขาไม่ได้ร้องไห้เพราะเจ็บปวด หรือเจ็บใจ อูยองไม่ได้ร้องพ่ายเพราะพ่ายแพ้เหมือนทุกครั้ง หากแต่ครั้งนี้เป็นการยินยอมพร้อมใจ ทำให้บทรักครั้งนี้ จางอูยองไม่ได้รู้เสียใจที่เต็มใจให้อีจุนโฮกอดเลย

 

ร่างเล็กขยับตัวลงจากร่างสูง นอนตะแคงเอื้อมแขนไปกอดเอวอีจุนโฮเอาไว้ ยืดตัวขึ้นไปจูบปลายคางจนอีจุนโอเลิกคิ้วพร้อมกับมองหน้าราวกับแปลกใจที่วันนี้อูยองไม่ทำตัวดื้อหรือเย็นชา

 

เขาไม่ใช่คนแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้หัวใจที่เคยเกลียดชัง และด้านชาต่อการกระทำที่ได้รับของร่างสูงมันถูกหลอมละลาย และกลายเป็นก้อนเนื้อที่แสนจะอ่อนไหว

 

 

 

“ผมรักคุณ”  ยืดตัวขึ้นไปจูบแก้มของจุนโฮอีกครั้ง ก่อนจะซุกใบหน้าหาอกกว้าง ซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู

 

 

 

ทั้งที่หายเหนื่อยแล้วหากหัวใจยังถี่รัว คำว่ารักชุ่มฉ่ำดั่งสายฝนพร่างพรำลงในทะเลทราย จุนโฮยิ้มกว้าง เชยคางอูยองมารับจูบหวานๆแล้วปล่อยให้คนตัวเล็กซุกหน้าเขินอายต่อไป

 

 

 

"มีความสุขไหม"

 

 

 

ร่างบางพยักหน้ารับไม่มีอิดเอื้อน รอยยิ้มประทับบนใบหน้าทั้งสองคน ความเหนื่อยล้าผลักดันให้เดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งภวังค์นิทราอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

 

ร่างสูงสอดแขนรองท้ายทอยให้ร่างบางหนุนแขนตนเองแทนหมอนแล้วตวัดร่างน้อยเข้ามากอดแนบอก

 

 

ความสุขอบอวลไปทั่วบริเวณ เปลือกตาค่อยๆปิด อีจุนโฮและจางอูยองจับจูงมือโลดแล่นอยู่ในห้วงความฝันตลอดชั่วราตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

 

Talk from kumameaw :: คุณอัยการร้ายกาจมาก!! ตีสนิทแม่น้องอย่างเนียนๆ ลวนลามน้องแถมยังซั่มน้องในบ้านแม่เค้าอีก TTATT ร้ายกาจที่สุด อยู่บนเตียงยังมิวายเอาแต่ใจ ไล่ต้อนน้องด้วยวาจาและท่าทาง(?)

เขียนไปเขียนมายิ่งสนุก คุณพระ ไม่อยากจะบอกว่าเรากับพี่กิ้ฟท์เขียนกันไปได้ 11 ตอนแล้วด้วยนะ 5555 ช่วงนี้จะสวีทหวานกันหน่อย หลังจากดราม่ากันมาตั้งแต่ต้นเรื่อง (ตอนต่อไปคาดว่าอาจสำลักความหวาน ฮา..)

ขอบคุณทุกๆคนที่มาอ่านนะคะ จะวันเกิดอูยองแล้วด้วย ไม่ได้เขียนฟิคให้น้องเลย อัพเรื่องนี้แทนละกัน (มึงเนียนมากนั่นเอง) ขอบคุณเจ้กิ้ฟท์ที่รับบทคุณอัยการจอมเจ้าเล่ห์ด้วยนะฮะ หึหึหึ..

 

 

Talk from tictoc13 :: เกิดเป็นเมะเรื่องนี้มันลำเค็ญ ลวนลามก็ว่า ไม่ลวนลามก็ว่า มีเมียเด็กช่างเอาใจยากแท้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเดี๋ยวงอนเดี๋ยวคิดมากเดี๋ยวขี้อ้อนเดี๋ยวเล่นตัว ฮุ้ย... จับปล้ำเลย จบ ก๊ากกกกกก

กว่าจะจบเรื่องคาดว่าจุนโฮเป็นเส้นเลือดฝอยในสมองแตกตายก่อน เมียเด็กเอาใจยากเกิน  เอสเอ็มมากก็ไม่ได้ เข้าใจกันละ เดี๋ยวขืนใจไปเมียเด็กหอบข้าวของหนีเตลิดเปิดเปิง โอ๊ย... จับมัดไว้กะเตียงแมร่งเรย #ความคิดพระเอกสุดๆ

ปล. เมียเด็กอย่าดื้อมาก อัยการเหนื่อย -*-

 

 

 

 

 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
คุณอัยการหน้าด้านเนียนมากค๊าาาาาาาาาาา
ทำทุกอย่างเพื่อเข้าทางแม่ โอยยยยยยยยยยยร้ายกาจที่สุดอ่าาาา ทำเป็นเนียนตอนกลางวัน ตกดึกเข้าหน่อยก็มาเนียนเอาเปรียบลูกเค้าซะงั้น
อัยการเจ้าเล่ห์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บรรยาการเกือบดีหมดแร้วแท้ๆ
แต่ก็นะ...จุนซูแท้ๆๆดันโผล่มาขัด แม้จะมาแค่ชื่อให้เห็นก้เหอะ... TAT


“กอดผมสิ กอดผมที่เป็นจางอูยอง.. ไม่ใช่ใครคนอื่น ได้ไหมล่ะ อีจุนโฮ”
ชอบประโยคนี้มากอ่ะ คือแบบจะว่าไปมันให้ฟีลแบบเศร้าๆอ่ะ อูยองคงกลัวว่าจุนโฮอาจจะยังมีคัย? หรืออะไรยังไงใช่มะ? กลัวอัยการไม่มั่นจัยด้วยสินะ...
แอบสงสารอูยองอยุ่เหมือนกันนะ

เมื่อไหร่คุณอัยการจะยอมรับและสารภาพรักกับน้องอย่างชัดเจนเต็มปากเต็มคำสักทีล่ะ ถ้าเกิดว่าจุนซูกลับมาคราวนี้จะทำไงกัน?

**ปล.คุณอัยการก้อ่่อนโยนเหมือนกันสินะ ตามใจน้องหมดเรยยยยยยยยยย

**ไล่หนึ่งทีจูบหนึ่งที ฟาดหนึ่งทีเสียตัวหนึ่งรอบนะ!!!
โอ๊ะโอวววววววววว บอกน้องฟาดรัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
55555555555555555555555555555555555555555

**ขอบคุณพี่เหมี่ยวกะพี่กิ๊ฟสำหรับฟิคใส(?)เหมือนเคยค่ะ^^ รอตอนต่อไปอยุ่นะ หวานแน่ช้ะ???

#6 By khunwoo (103.7.57.18|27.130.182.9) on 2012-05-03 12:23

"ผมรักคุณ" กรี้ดดดดบอกรักไปแล้ว แล้วอีป๋าทำไมแกนิ่ง

บอกรักน้องมันไปบ้างเซ่ น่าฟาดดดดดดจริงๆ

แกรังแกน้องมันตลอดทุกตอน เอาแต่ใจเอาแต่ได้

แล้วพอแกควักใจน้องมันไปแล้ว แกจะมาลังเลอะไรยะ

ถ้าแกยังลังเล ฉันจะยุให้น้องดื้อกับแก วิ่งหนีแกไปอีกคอยดูคอยดู

ตอนนี้หมั่นไส้อิป๋ามากกก ถึงมากที่สุด แกไล่ต้อนบีบน้องได้ทุกทางจริงๆ

#5 By Snoww on 2012-05-01 13:00

ไล่หนึ่งทีจูบหนึ่งที ฟาดหนึ่งทีเสียตัวหนึ่งรอบนะ

อะไรเนี่ย แม่เจ้า!!!!

คุณอัยการจุนโฮน่ารักมากอ่ะตอนนี้ ขอให้น่ารักอย่างนี้ตลอดๆ นะพี่เหมียว

#4 By Jiurnoe on 2012-04-30 13:02

กรี้ดดดดดดดดด!!!!! หวานเว่อร์~~~~~~~~~~
ละลายยยยเลยค่าาาาคุณอัยการรรร
เนียนตีสนิทว่าที่แม่ยายใหญ่เลยนะ
ฉากบนเตียง.. โฮกกกกกกกกก
หวานมากกกกกกกกกกก~~~~~~
กรี้ดดดดดดดดดสลบบบบบบบ
อูยองน่ารักมากกก อ้อนใหญ่เลย กลัวเขาไม่รักสินะ
แอร๊ยยย~~~~

#3 By bsweetiqx; on 2012-04-30 01:21

โอ้คุณพระ!!!! คุณแม่ยายใส่พานถวายให้คุณลูกเขยขนาดนี้
แล้วน้องแก้มบวมจะเหลืออะไร^^

#2 By Natcha (115.31.175.112) on 2012-04-30 00:56

คุณอัยการเนียนมากอ่ะ เข้าทางแม่

ไปแนะนำตัววันแรก ก็ไปแอ้มลูกชายเค้าถึงในบ้านเลยน๊า

เจ้าเล่ห์ที่สุด หุหุ

#1 By khundong (124.120.209.75) on 2012-04-29 23:45