YouAreMine

[SF] You're mine : 4/4 [END]

posted on 08 Sep 2011 02:01 by bigbang-fanfic in YouAreMine
.
 
 
.
 
 
.
 
 
 

Title :: You’re mine

Status :: Last chapter

Author :: kumameaw

Genre :: Drama

 

 

 

Note :: อย่าคาดหวังอะไรกับตอนจบนะฮะ เมื่อเทียบกับตอนอื่นๆมันจะง่อยกว่ามาก และมัน..น้ำเน่า TAT  #SoSorry

 

 

 

 

 

You’re mine

Chapter 4 [End] 

 

 

 

ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมเย็นชื้นลอยมาปะทะผิวหน้าเบาๆ ใบหน้าเล็กแหงนมองขึ้นบนฟ้าที่มืดมัว บรรยากาศแบบนี้ ทำให้อูยองต้องรีบเร่งให้ถึงบ้านก่อนที่ฝนบนฟ้าที่กำลังตั้งเค้าจะโปรยปรายลงมา  

 

ร่างเพรียวหันหลังให้กับร้านสะดวกซื้อที่ตนเคยทำงานพิเศษเป็นลูกจ้างให้มานาน เขาทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ทุกวันในตอนบ่ายจนถึงเย็น เพื่อเอาเงินทั้งหมดไปเก็บออมเพื่อใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และนั่นก็คือวิถีชีวิตที่ผ่านมาตลอดเวลา แต่วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จางอูยองจะมาเหยียบที่นี่  ไม่ใช่ว่าได้งานใหม่ ไม่ใช่ว่าโดนไล่ออก แต่ด้วยความที่เขาขาดงานไปนานจนที่ร้านได้พนักงานใหม่มาแล้วต่างหาก

 

..จะว่าไปนี่ก็ปาไปหนึ่งอาทิตย์เต็มๆแล้วที่เขาได้กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม

 

 

ออกจะแปลกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำที่จะได้กลับมา ดีที่อีกฝ่ายไม่คิดเอาแต่ใจกักขังไว้ อูยองก็อยากกลับมาบ้านบ้าง เขาเป็นห่วงบ้าน เป็นห่วงพ่อ ก็ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่แค้นเคืองอะไรกันแล้ว เขาจะอยู่ในฐานะอะไรอีกล่ะ ก็ต้องกลับมาอยู่ที่เดิมที่ควรอยู่ไม่ใช่หรือไง

 

อดแปลกใจไม่ได้ เมื่อวันที่สามที่กลับมาอยู่บ้าน พ่อบังเกิดเกล้าได้มาหา และบอกว่า หนี้พนันที่เคยติดค้างกับบ่อนนั้นถูกใช้จนหมดทั้งต้นทั้งดอก อูยองเองก็แปลกใจ พ่อยังบอกต่อว่า คนที่ไปใช้น่ะ คือเขาเองไม่ใช่หรือไง

 

เขาเนี่ยนะ?

 

“ก็มีคนบอกพ่อว่าอูยองไปกู้เงินเจ้านายมาใช้ไม่ใช่เหรอลูก?”

  

ให้ตายเถอะอีจุนโฮ ถ้าหากต่อไปนี้ผมไม่หาเงินไปใช้หนี้คุณ ก็แสดงว่าที่ผ่านมา ผมขายตัวให้คุณอย่างนั้นใช่ไหม

คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ อีจุนโฮ 

 

 

เมื่อฝนเม็ดแรกปะทะบนใบหน้า สองขาก็เริ่มออกวิ่ง ต้องรีบกลับไปที่บ้านให้เร็วที่สุด ย่างเข้าหน้าฝนแล้ว อากาศก็เย็นลงและเขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบอากาศชื้น ไม่ชอบฝนตก มันหนาว มันเหงา

 

 

...ป่านนี้อีกคนจะเป็นยังไงบ้างนะ

 

 

*

 

 

 

The rain falls on my windows and the coldness runs through my soul

 

หยดน้ำฝนหลายหยดไหลตามกระจกหน้าต่าง สายตาเรียวมองออกไปด้านนอก ทอดยาวไปไกลแสนไกล หากแต่ข้างหน้าช่างพร่ามัวไปด้วยสายฝนจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นใครอีกคนที่อยู่ไกลจากที่นี่

 

..ฝนตก

 

..ตอนนี้จะทำอะไรอยู่?

 

 

ชายหนุ่มกระพริบตาตื่นจากภวังค์แล้วละสายตาออกจากอากาศขุ่นมัวด้านนอก ถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อมาคิดได้ว่า เขาเหม่ออีกแล้วในวันนี้ เป็นรอบที่เท่าไรแล้วเขาเองนับไม่ได้ ตั้งแต่ยอมปล่อยมือให้ใครอีกคนเป็นอิสระ ปลดโซ่ตรวนของความแค้นออก นกน้อยที่เคยกักขังเอาไว้ก็บินหนีกลับไป อีกทั้งยังเอาสิ่งสำคัญของเขาไปด้วย

มือใหญ่กำแน่นเข้าหากัน ก่อนขายาวจะก้าวเดินลงไปข้างล่าง จุดหมายปลายทางไม่ใช่ที่ไหน แต่เป็นเรือนไม้หลังเล็กที่คุ้นเคย  

 

หนึ่งอาทิตย์กว่าแล้วที่เรือนเล็กนี้ไม่มีคนมานอน แต่เจ้าของไร่ก็ยังเอาใจใส่มันโดยการให้คนรับใช้หมั่นมาทำความสะอาดทุกวัน มือหนาค่อยๆลูบไล้บนเตียงเบาๆ เตียงสีขาวนี่ก็ไม่มีคนมานอนหนึ่งอาทิตย์แล้วเช่นกัน ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนยังที่นอนเล็กสีขาว เหลือบมองออกไปด้านนอก ฝนยังคงไม่หยุดตก อากาศก็หนาวเย็นเสียเหลือเกิน ไม่มีใครให้กอดแบบนี้มันก็หนาวมากเหมือนกัน

 

 

“..เมื่อไรจะกลับมาซะที”

 

เสียงทุ้มต่ำพึมพำเบาๆก่อนจะหลับตาลง

 

เขา..คิดถึง..

 

 

 

*

 

 

 

 

“พ่อจะไปอยู่ปูซานนะอูยอง”

 

เสียงบิดาผู้ให้กำเนิดดังขึ้นขณะที่นั่งดูทีวีกันที่ห้องรับแขกในบ้าน อูยองละสายตาจากหนังสือพิมพ์จัดหางานขึ้นมามองหน้าคนเป็นพ่อ

 

 

“แล้วบ้านหลังนี้ล่ะครับ”

 

“พ่อจะขาย แล้วเอาไปตั้งตัวใหม่ที่โน่น”

 

“แล้วผมล่ะ?”   พ่อจะขายผมอีกไหม?  อูยองกลืนประโยคสุดท้ายลงไปในลำคอ

 

“ไปอยู่ปูซานกับพ่อสิ”

 

“...............................”   ไปปูซานอย่างนั้นหรือ ไปตั้งต้นที่โน่นกับพ่อ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เขาเพิ่งกลับมาบ้านนะ แน่นอนว่าพ่อรู้ว่าเขาไปอยู่ไหนมา แต่ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรถึงได้มีเงินมาใช้หนี้ให้ ไปทำอะไรคนคนนั้นถึงทำทีเป็นให้เขากู้ยืมเงิน และพ่อไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้ว คนที่ใช้หนี้ ไม่ใช่ตัวเขาเลย

 

“ให้พ่อได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีบ้างนะลูก”

 

“แล้วทำไมต้องปูซานล่ะครับ”

ก็อูยองเพิ่งจะจากที่นั่นมา ยังไม่อยากกลับไปอีก อูยองมารู้วันสุดท้ายนั่นแหละ ว่าตัวเองถูกจับไปอยู่ที่ปูซาน แถมยังไกลจากตัวเมืองมาก และการที่พ่อเขาจะพาเขากลับไปบ้านเกิดครั้งนี้ ผู้ชายคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่านะ?

แต่อูยองกลัว กลัวว่าจะเจอหน้าคนคนนั้น

ถ้าเจอแล้วเขาจะทำตัวยังไง ทำหน้ายังไง

ปูซานกว้างใหญ่ไพศาลก็จริง แต่ถ้าลองเอ่ยชื่อ อีจุนโฮ ขึ้นมา จะมีกี่คนกันที่ไม่รู้จัก

 

 

แม้ในจิตใจจะโหยหาสัมผัสที่คุ้นเคยแค่ไหน แม้จะทรมานทุกครั้งที่ทุกคืนต้องนอนคนเดียว แต่ก็ยังกลัวว่าจะเจออยู่ดี กลัวการพบกันอีกครั้ง เพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไง พูดคุยยังไง ก่อนจะคิดอะไรให้มากไปกว่านี้ เสียงของคนเป็นพ่อก็ดังขึ้นดึงสติกลับมา

 

“เพื่อนพ่อมีงานให้ทำ และเขาก็จะฝากฝังงานใหม่ให้ลูกทำด้วย”

 

“งาน?”

 

“ไปอยู่ที่โน่นก็ดีเหมือนกัน พ่อจะได้เลิกพนันได้เด็ดขาดซะที ไปกับพ่อเถอะนะ”

 

“....ครับ”

 

จางอูยองวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วเดินเข้ามากอดพ่อ เขารู้ แม้พ่อจะเล่นพนันจนมีหนี้สินให้เขาตามล้างตามเช็ดแค่ไหน พ่อก็รักเขามาก เพราะเหลือกันสองคนพ่อลูก แค่รู้ว่าพ่อเขาพยายามกลับใจไม่เล่นการพนัน อูยองก็มีความสุขแล้ว

 

  

“แล้วเราต้องไปอยู่ที่ไหนครับ พ่อหาที่อยู่ได้แล้วเหรอ?”

 

“พ่อกับลูกทำงานคนละที่กัน แต่ก็ไม่ไกลกันมากหรอก พ่อจะไปอยู่กับเพื่อนพ่อ แต่อูยองต้องไปอยู่ที่ทำงาน”

 

“เหรอครับ?”   อีจุนโฮ ฝีมือคุณหรือเปล่า

 

“แล้วพ่อจะแวะไปเยี่ยมบ่อยๆ”

 

คนเป็นพ่อยิ้มอย่างอบอุ่นและลูบหัวลูกเบาๆ และเขาคิดว่า นี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอูยองแล้ว ท่าทางที่เศร้าสร้อยของลูกชายตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาทำไมเขาจะดูไม่ออก ลูกชายคนเดียวที่เหม่อลอยไปเป็นอันทำอะไร เอาแต่ถอนหายใจอยู่หลายครั้งหลายคราราวกับมีเรื่องติดค้างในใจ ถ้าอูยองได้ไปอยู่ในที่ที่สบายตาสบายใจคงจะดีกว่านี้ และเขายอมทำงานหนัก เพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่ หลายปีมานี้เขารบกวนลูกชายตนเองมากเกินไปแล้ว

 

 

“แล้วงานที่พ่อไปทำมันเป็นยังไงครับพ่อ”

 

“งานสุจริตธรรมดานี่แหละลูก รายได้พอกิน พ่ออยากตั้งต้นด้วยตัวเอง ตั้งตัวให้ได้ก่อนถึงจะไปรับลูกให้ไปอยู่ด้วยกัน ลูกไปทำงานในที่ที่สบายๆ สวัสดิการดีๆก่อนนะลูกนะ”  

 

“ล..แล้วของผมล่ะ? ทำไมเราไม่ได้ทำงานด้วยกันล่ะครับ ผมไม่ปล่อยให้พ่อลำบากคนเดียวหรอก”

 

“อูยอง พ่อไม่ได้ไปลำบาก พ่อทำงานสุจริตในคลังสินค้าใกล้ท่าขนส่งของเพื่อน ส่วนงานของลูกพ่อไม่แน่ใจนะ แต่พ่อคิดว่าลูกคงชอบและมีความสุขกับมัน”

 

พูดจบก็สวมกอดลูกชายตนเองด้วยความรัก เขาทำให้ชีวิตจางอูยองลำบากมามากแล้ว เขาหวังว่าลูกจะมีความสุข และเขาก็หวังว่าคนที่เขาฝากให้ดูแลลูกชายแทนนั้น จะทำให้ลูกชายคนเดียวของเขามีความสุขด้วยเช่นกัน

 

 

 

*

 

 

 

มือหนาปรับโฟกัสเลนส์กล้องโทรทัศน์ให้พอเหมาะ เพื่อให้ได้เห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้ชัดเจน ชายหนุ่มก้มหน้ามองลงไปยังเลนส์กล้อง แล้วเลื่อนหาดวงดาวที่อยากจะดูในค่ำคืนนี้

 

..ดาวเสาร์  

 

ดวงดาวที่มีวงแหวนล้อมรอบ ดาวที่ลูกสาวเขาเปรียบเสมือนว่าเขาคือดาวที่อยู่ตรงกลาง ส่วนภรรยาและเธอคือวงแหวนที่โอบกอดเขาเอาไว้ และมีใครอีกคนบอกเขาว่า แม้จะไม่มีภรรยาและลูกสาวเขาอยู่บนโลกนี้แล้ว ก็ยังมีวงแหวนอื่นล้อมรอบโอบกอดเขาเอาไว้เช่นเดิม

 

แล้วทำไมถึงยังรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้

 

อีจุนโฮเงยหน้าขึ้นมองดาวท้องฟ้า หมู่ดาวน้อยใหญ่เต็มไปหมด แอบหวังอยู่นิดๆว่าอีกคนจะให้อภัยและกลับมาหา และแอบหวังว่าจะยังคิดถึงกันบ้าง

อยากจะขอโทษอีกหลายๆครั้ง อยากจะยอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษ อยากให้กลับมาหา เขาคิดถึงจางอูยอง

 

“ฉันขอโทษ”

 

ฝากดาวไปบอกให้อีกคนได้ยินที ฝากลมอ่อนๆพัดไปกระซิบเบาๆให้อุ่นใจ โอบอุ้มโอบกอดให้คลายหนาว

 

อีจุนโฮจะรอวันที่จางอูยองให้อภัยเขาอย่างหมดใจ ให้อภัยอย่างไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

 

 

 

 

 

หัวใจของจางอูยองกระตุกวูบ เมื่อสายตามองไปอ่านป้ายสถานที่ที่เขาจะมาทำงาน ที่นี่มัน.... ไม่จริงน่า หลังจากที่ล่ำลาพ่อตัวเองเสร็จเขาก็นั่งรถของเพื่อนพ่อที่อาสามาส่งเขาถึงที่อยู่ใหม่ แต่อูยองอยากจะเดินกลับไปซะเดี๋ยวนี้เลย เขายังไม่พร้อมจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่วันนี้

 

 

‘ไร่ตระกูลอี’

 

 

เขาพร้อมที่จะเจอหน้าอีจุนโฮหรือยัง? แล้วอีจุนโฮอยากเจอเขาหรือเปล่า?  

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เพียงพอไหมกับความทรมาน

 

มือเรียวกระชับกระเป๋าสะพายกระเป๋า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

 

ไม่ว่าการกลับมาครั้งนี้จะอยู่ในฐานะอะไร วินาทีนี้เขาพร้อมแล้ว พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อชดใช้สิ่งที่ยังติดค้าง หากอูยองหายไปจากชีวิตจุนโฮเฉยๆแล้วล่ะก็ เขาก็คือผู้ชายขายตัวแลกกับเงินดีๆนี่เอง มันก็จะคิดค้างใจกันไม่รู้จักจบจักสิ้น เขาจะมาอยู่ที่นี่ ตามเกมส์ที่อีกคนวางเอาไว้ จะให้เขาเป็นคนงานในไร่ คนสวน หรือขนทำความสะอาดโรงม้า อูยองก็จะทำ ถ้าให้อยู่ก็จะอยู่ ถ้าไล่ให้ไปก็จะไป

 

ชีวิตเขาเป็นของอีจุนโฮแล้วนี่..

   

 

 

*

 

 

 

ควันบุหรี่สีเทาจางๆค่อยลอยขึ้นในอากาศ ร่างสูงยืนพิงระเบียงไม้ทิ้งเศษบุหรี่ลงถังทรายอย่างเชื่องช้า ควันเจือจางค่อยๆดับลง อากาศหลังฝนตกใหม่ๆช่างดูสดใส หมอกหนาลอยต่ำระภูเขาสีทะมึน ดูสวยงาม สองแขนเท้าลงระเบียงสายตาคมมองไปยังทิวทัศน์นั้น สายตายังคงเศร้าหมองไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนอยู่ดี

  

“นายใหญ่คะ มีเด็กมาสมัครงานในไร่เพิ่มค่ะ”

 

“ตำแหน่งอะไร?”

 

“เขาบอกว่า ให้นายเป็นคนตัดสินน่ะค่ะ จะให้เรียกมาพบมั้ยคะ”

 

“พาเข้ามา”

 

จะใช่คนที่เขาอยากเจอหรือเปล่า? นายใหญ่ของไร่ตั้งคำถามขึ้นในใจทุกครั้งที่มีคนเข้ามาสมัครงาน อีจุนโฮยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการเงิน การงานของครอบครัวคนคนนั้น เขาเพียงแค่อยากไถ่โทษที่เคยทำร้ายกันเอาไว้ เผื่อจะลบล้างความผิดทุกอย่าง รวมทั้งอยากรับผิดชอบชีวิตของจางอูยองด้วย แต่จะให้โผล่ทะเล่อทะล่าไปเลย มันก็คงดูน่าเกลียดไป  ยังไงเสีย คนร้ายกาจเจ้าแผนการอย่างเขา ก็ขอทำตามวิธีตนเองก็แล้วกัน

อีจุนโฮรู้ ว่าสักวัน จางอูยองต้องกลับมาตอบแทนสิ่งที่เขาได้ช่วยไว้ คนอย่างอูยอง ไม่ยอมเป็นหนี้บุญคุณใครแน่ๆโดยเฉพาะเขา

เพียงแต่เขาต้องรอ.. รอว่าเมื่อไร อูยองถึงจะกลับมาและให้อภัยกัน

 

ช่วงนี้ไร่เขารับสมัครคนงานเพิ่มล้วนแต่เป็นตำแหน่งที่สำคัญ จุนโฮจึงต้องสัมภาษณ์เอง เช่น งานบัญชี งานผู้จัดการซื้อของเข้ามาในไร่ และวันนี้ก็มีคนมาสมัครอีก เขายังคงทำงานเหมือนเดิม แม้จิตใจจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร ความคิดถึงมันทรมานก็จริง แต่มันยังไม่ทำให้เขาตายในตอนนี้ เพราะเขาต้องมีชีวิตอยู่บนความหวัง

 

หวังว่า ใครอีกคนจะให้อภัยในสิ่งที่เขาทำไม่ดีเอาไว้

หวังว่าจะกลับมา

หวังว่าจะรัก... .เหมือนที่เขารัก

 

 

อีจุนโฮไล่ความคิดถึงถึงใครคนนั้นออกไป ก่อนจะเตรียมตัวเริ่มทำงานต่อ แต่เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ทำให้เขาต้องชะงักค้าง และไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง

 

 

“ขอโทษนะครับ ผมมาสมัครงาน”

 

“..............................”   ลมหายใจอีจุนโฮขาดห้วง  เสียงนี้มัน.....

 

“ไม่ทราบว่า ยังพอมีตำแหน่งว่างสำหรับผมไหมครับ?”

 

“เธอ..?”  อีจุนโฮหันหลังกลับมามอง แล้วสบตากับคนที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลา

 

ดวงหน้า ริมฝีปาก ดวงตา จมูกได้รูป รูปร่างทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุ้นเคย

 

“ผมชื่อจางอูยอง มาขอสมัครงานที่ไร่นี้ครับ”  

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

  

“นี่...ฉันคิดถึงเธอมากเลยรู้ไหม”

 

เสียงทุ่มต่ำกระซิบเบาๆข้างใบหู มือหนาโอบกอดร่างบางเอาไว้แนบอก ลูบไปมาบนศีรษะและอีกมือข้างลูบไล้บนหลังเพรียวบาง ก่อนจะกดจูบลงบนขมับข้างของคนตัวเล็กกว่าที่โอบกอดเขาไว้เช่นกัน

 

“จริงเหรอครับ”

 

“จริงสิ”

 

“ผมมาสมัครงานที่นี่ คุณจะให้ผมทำงานในตำแหน่งอะไรครับ?”

 

“..อืม...เป็นอะไรดีล่ะ”  ร่างสูงผละออกแล้วจูงมือคนตัวเล็กมาที่ระเบียง

 

“เป็นวงแหวนของดาวเสาร์..ดีมั้ยครับ” 

 

“ก็ดี..”  กอดกระชับเข้ามาแนบแน่นอีกครั้ง  “อูยอง..อย่าไปไหนอีกเลยนะ”   เพราะเขาอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีคนคนนี้อยู่ข้างๆ และแน่นอนถ้าอูยองคิดจะไปจากเขาอีก เขาก็ไม่อาจรั้งได้เหมือนครั้งนี้ เขากลัว..

 

“ผมไม่ไปไหนหรอก จนกว่าคุณจะไล่ผมไป”

 

“ไม่มีทาง ถ้างั้นไม่ให้ไปไหนแล้วนะ”

 

“ครับ”  รอยยิ้มสดใสที่อยากเห็นมานาน ก็ถูกเผยให้ได้เห็น

 

“เพราะเธอเป็นของฉัน..”  ริมฝีปากแตะเบาๆบนปากบาง  “..ของฉันคนเดียวเท่านั้น”

 

ริมฝีปากประกบลงไปอีกครั้ง แนบแน่นและรุ่มร้อน รสจูบอันหวานนุ่มแบบนี้ที่โหยหามานาน คนคนนี้เป็นของเขา รสจูบนี้ก็เป็นของเขา ริมฝีปาก อ้อมแขน ร่างกาย ก็ของเขาทั้งหมด  

 

“ฉันรักเธอ จางอูยอง ขอบใจที่กลับมา”

 

อีจุนโฮ ยังไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบที่ตรงใจจากคนตรงหน้าในตอนนี้ เขารู้ดีว่ามันยาก หากจะทำใจมอบความรู้สึกดีๆให้กับคนที่เคยทำร้ายกันมาก่อน แต่การที่อูยองยอมก้าวขาเข้ามาที่ไร่แห่งนี้อีกครั้ง จุนโฮจะถือว่าเป็นโอกาสที่ดี โอกาสที่เขาต้องรีบคว้าเอาไว้

 

ต่อจากนี้ไป จะเป็นหน้าที่ของเขาเอง ที่จะทำให้จางอูยองรักและอยู่ด้วยกัน

อีจุนโฮจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างของจางอูยองเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

เช่นเดียวกับที่อูยอง ทำให้ทุกอย่างของอีจุนโฮคนนี้ ไปอยู่ในกำมือเล็กๆนั่นเช่นกัน

 

 

 

 

 

END.

 

 

 

Talk :: จบแล้ว ฟิครีไรท์มาเป็นจุนอูเรื่องแรก อ่านเอาฮานะคะ อย่าซีเรียส ตอนจบน้ำเน่ามาก ฮือออ ไว้ถ้าส่งรีพอร์ททีสิสเมื่อไร จะเขียนเรื่องต่อไปมาลงนะคะ มีพล็อตแล้ว

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ =]

 

ปล.อยากเขียนแนวแฟนตาซีบ้าง(?)